ขมิ้นชัน
สรรพคุณ : โรคมะเร็ง โรคกระเพาะอาหาร โรคท้องอืดท้องเฟ้อ โรคผิวหนังพุพอง กลาก เกลื้อน ธาลัสซีเมีย
ชื่อท้องถิ่น : TURMERIC , ขมิ้น* ,ขมิ้นแกง ,ขมิ้นชัน ,ขมิ้นหยอก ,ขมิ้นหัว ,ขี้มิ้น ,ตายอ ,สะยอ ,หมิ้น
ชื่ออังกฤษ : TURMERIC
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma longa Linn. ,Curcuma domestica Valeton.
วงศ์ : ZINGIBERACEAE
สารสำคัญ - Curcuminiods ไม่น้อยกว่า 5 %
-น้ำมันหอมระเหยสีเหลืองส้ม ประกอบด้วย Monoterpenes ,Sesquiterpenes ,Zingiberene ,Curcumene ,α-Turmeone และ β- Turmeone ไม่น้อยกว่า 6 %
เกร็ดความรู้
ในการใช้เป็นยา ขมิ้นชันมีสรรพคุณในการกำจัดพิษออกจากร่างกาย ช่วยย่อย อาหาร บำรุงร่างกายและช่วยบำรุงตับ รักษาระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ หืด ไอ เวียนศีรษะ รักษาอาการปวด และ อักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ ทำให้แผลหายเร็วมีฤทธิ์ลดการอักเสบ ช่วยชลอความชรา เป็นสารต้านมะเร็งและเนื้องอกต่างๆ และ ยังมีสรรพคุณในการต้านไวรัส โดยเฉพาะ เชื้อ HIV อันเป็นต้นเหตุของโรคเอดส์ ขมิ้นชันจึงเป็นอีกความหวังหนึ่งของผู้ป่วย เอดส์ ปัจจุบัน
***ขมิ้นชันแคปซูลอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ***
ผลงานการวิจัย
1.จากการทดลองกับผู้ป่วยโรคท้องอืดท้องเฟ้อในโรงพยาบาล6แห่งจำนวน160คน โดยรับประทานครั้งละ2แคปซูลวันละ4ครั้ง และการทดลองในผู้ป่วยที่ปวดท้องเนื่องจากโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง (รวม 4 g) พบว่าได้ผลดี
2.การทดลองผลการรักษาแผลในกระเพาะอาหารในคน พบว่ารับประทานแคปซูลผงขมิ้น 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง พบว่า 5 คนหายใน 4 อาทิตย์ และ 7 คน หายใน 4-12 อาทิตย์
3.จากการทดลองรักษาแผลหลังผ่าตัด 40 ราย พบว่าให้ผลลดการอักเสบได้เหมือน phenylbutazone
4.การศึกษาในทางคลินิกเกี่ยวกับสรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนังพุพอง(ตุ่มและหนองพุพอง)ในผู้ป่วยเด็ก 60 ราย โรงพยาบาลยาสูบ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เปรียบเทียบกับการใช้ยาปฏิชีวนะ พบว่า ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มหายทุกรายภายใน 3 อาทิตย์หลังการรักษา ไม่พบความแตกต่างระหว่างการรักษาผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม และไม่พบผลแทรกซ้อนจากการใช้ขมิ้นรักษา
5.จากการศึกษาพบว่าขมิ้นมีผลต่อการแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอีกด้วย โดยจะทำให้สายของโครมาติกแยกออกจากกันเกิดการแตกหักและถูกทำลายในที่สุด
6.การทดลองทางคลินิกในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องด้วยโรคแผลในกระเพาะอาหาร โดยเปรียบเทียบกับการใช้ยาไตรซิลิเกต (trisilicate) ซึ่งเป็นยาลดกรดขององค์การเภสัชกรรม อาการดีขึ้นมากหลังรักษาด้วยขมิ้นชันครบ 12 สัปดาห์ จำนวน 15 รายคิดเป็น 60% หายเป็นปกติ 1 รายคิดเป็น 5.8% อาการดีขึ้นมากหลังรักษาด้วยยาไตรซิลิเกต (trisilicate) 5 รายคิดเป็น 50% และหายเป็นปกติ 4 รายคิดเป็น 40%
7.การทดลองในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องและอาการอื่นๆที่บ่งถึงภาวะแผลเปื่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กโดยให้รับประทานขมิ้นแคปซูล 250 mg (2 แคปซูล) วันละ 4 ครั้งก่อนอาหารและก่อนนอน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ให้ผลการรักษาดี ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเลือด
8.การทดลองในผู้ป่วยโดยให้ขมิ้น 250 mg (2 แคปซูล) วันละ 4 ครั้งก่อนอาหารและก่อนนอน ทดสอบโดยการส่องกล้องในสัปดาห์ที่ 0,4 ,8 และ 12 สัปดาห์ หลังจากรักษาด้วยขมิ้นในผู้ป่วย 10 คน เป็นชาย 8 คนและ หญิง 2 คน อายุระหว่าง 1660ปี เป็นแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของแผล 0.5 1.5 ซม. ได้รับขมิ้นชันครั้งละ 500 mg วันละ 4 ครั้ง หลังจากรักษาไปได้ 4 สัปดาห์ มี 5 คน ที่แผลหาย และอีก 6 คน แผลหายในช่วงสัปดาห์ที่ 12
9. การทดลองในผู้ป่วยชาย 24 คนและหญิง 21 คน ให้รับประทานขมิ้นแคปซูล 300 mg (2 แคปซูล) 5 เวลา คือ ก่อนอาหาร ,ชั่วโมงที่ 16 และก่อนนอน หลังจากนั้น 4 สัปดาห์มี 12 ราย แผลหาย (48%) และในสัปดาห์ที่ 8 มี 18 รายแผลหาย(76%) และอีก 19 รายที่แผลไม่หายใน 12 สัปดาห์ มี 20 รายไม่พบแผลในกระเพาะอาหารแต่มีอาการปวดท้อง กระเพาะอาหารอักเสบและอาหารไม่ย่อย และยังพบอีกว่าอาการปวดท้องและไม่สบายท้องหายไป เมื่อให้ขมิ้นแคปซูลใน 1-2 สัปดาห์แรก และสามารถรับประทานอาหารได้ปกติแทนอาหารอ่อนได้ใน 4 สัปดาห์ ระดับสารต่างๆในเลือด
ของผู้ป่วย 54 คน ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
10.ขมิ้นชันไม่มีผลต่อตัวอ่อน ไม่ลดการสร้างอสุจิ ไม่มีผลต่อการยับยั้งการตกไข่
11.การทดลองทางคลินิกแบบ randomized double-blind multicenter study
เพื่อพิสูจน์ประสิทธิผลของขมิ้นชันในการรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ(dyspepsia) ในผู้ป่วยจำนวน 106 คน พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับขมิ้นชันครั้งละ 500 mg (มีปริมาณCurcuminiods 9.6 % และน้ำมันหอมระเหย 8%)วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 7วัน มีอาการดีขึ้น ใกล้เคียงกับกลุ่มที่ได้รับยา flatulence และดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ
12.จากการทดลองของทีมนักเคมีโภชนาที่มูลนิธิสาธารณสุขอเมริกา ในวัลฮาลลา ที่นิวยอร์ค(The American Health Foundation, Valhalla, N.Y) พบว่าชาวเอเชียในบางท้องถิ่นเป็นมะเร็งลำไส้กันน้อย เมื่อลงไปศึกษาอาหารการกินที่เขากินกันพบว่าขมิ้นที่ชาวอินเดียใช้แก้ปวดท้องและอาการป่วยอื่นๆ ซึ่งมีสาร Curcumin อยู่ออกฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งงานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Cancer Reseach (มกราคม 1995)
13.จากการทดลองพบว่าขมิ้นชันสามารถต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยธาลัสซีเมีย ฮีโมโกบิล อี
ความเป็นพิษ
Curcumin นอกจากจะไม่เป็นพิษต่อเซลล์แล้ว ยังสามารถยับยั้งการเกิดก้อนเนื้องอกในระยะแรกและในระยะที่2 แต่ถ้าใช้Curcumin ในปริมาณถึง 100 mg/kg จะเหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะมีผลลดการหลั่ง mucin
การทดสอบความเป็นพิษในหนูขาว พบว่าทั้งขมิ้นและCurcumin ในขนาดที่สูงกว่าที่ใช้ในคน 1.25125 เท่า ไม่มีผลต่อการเปลี่ยน แปลงในด้านการเจริญเติบโต และระดับสารเคมีในเลือด ไม่พบพิษเฉียบพลันในหนูเมื่อให้ขนาดต่างๆ
วิธีการใช้ตามภูมิปัญญาไทย
ใช้เหง้าแก่ตากแห้ง บดเป็นผง ขนาด 500 มก. ปั้นเป็นลูกกลอนกับน้ำผึ้ง หรือใส่แคปซูล รับประทานวันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร และก่อนนอน
ใช้แง่งขมิ้นชันล้างสะอาด ตำละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ เจือน้ำสุกเท่าตัว อาจเติมเกลือเล็กน้อยให้ทานง่ายขึ้น รับประทานครั้งละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง แก้ท้องร่วงแก้บิด ใช้เหง้าขมิ้นแก่สดฝนกับน้ำสุก หรือผงขมิ้นชันทาบริเวณที่เป็นฝี แผลพุพอง หรืออักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย
เอาผงขมิ้นผสมกับน้ำฝน คนให้เข้ากันดี ทาบริเวณที่เป็นกลาก เช้าและเย็น
ขูดเอาเนื้อที่หัวขมิ้น ทาบริเวณที่ยุงกัด
ผสมผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมันหมูหรือน้ำมันมะพร้าว 2-3 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนคนจนน้ำมันกลายเป็นสีเหลือง ใช้ใส่แผลสด
ผสมขมิ้นกับน้ำปูนใสเล็กน้อยและผสมสารส้มหรือดินประสิวพอกบริเวณที่เป็นแผล แก้เคล็ดขัดยอกได้ด้วย
ข้อควรระวัง 1. การใช้ผงขมิ้นเป็นยารักษาโรคกระเพาะ ถ้าใช้ขนาดสูงเกินไปจะทำให้เกิดแผลในกระเพาะ 2. คนไข้บางคนอาจมีอาการแพ้ขมิ้น โดยมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ ให้หยุด
3.Curcumin จะมีฤทธิ์ลดการอักเสบ เป็นสัดส่วนกับขนาดที่ใช้จนถึงขนาด 30 มิลลิกรัม / กิโลกรัม เมื่อให้สูงกว่านี้ ฤทธิ์จะลดลง
4.ผู้ป่วยที่มีการอุดตันในท่อน้ำดี เช่น มีนิ่วควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ขมิ้นชัน
5.ระวังการใช้ในหญิงมีครรภ์ หากใช้ในปริมาณสูง จะทำให้เกิดการแท้งได้ โดยเฉพาะระยะแรกของการตั้งครรภ์
อ้างอิง
http://www.thaifitway.com/Education
กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร. ข้อมูลวิจัยสมุนไพร. 2546. หน้า 4-17.
นันทวัน บุณยะประภัคร ,ก้าวไปกับสมุนไพรเล่ม 1. กรุงเทพมหานคร:ธรรมกมลการพิมพ์. 2529
ภ.ญ. สุภาภรณ์ ปิติพร ,สมุนไพรอภัยภูเบศร , พิมพ์ครั้งที่ 3 , กรุงเทพฯ,:บริษัท ปรมัตถ์การพิมพ์ จำกัด. 2547
ผศ.ดร.สมภพ ประธานธุรารักษ์. สมุนไพร : การพัฒนาเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์เฟื่องฟ้า. 2547
โครงการหนูรักผักสีเขียว, มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยและสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. มหัศจรรย์ผัก 108. กรุงเทพฯ ,2545
คัดลอกจาก หนังสือข้อมูลสมุนไพร ในรายการผลิตของ สมุนไพรอภัยภูเบศร ปี 2550
ผลิตภัณฑ์สมุนไพร จาก ขมิ้นชัน : แคปซูลขมิ้นชัน
สบู่ก้อนขมิ้นชัน
สบู่ใสขมิ้นชัน
สบู่เหลวขมิ้นชัน
โลชั่นบำรุงผิวขมิ้นชัน
|